ผลงานที่ผ่านมา  |  จำหน่ายวัสดุและติดตั้ง  |  รับสมัครงาน   
วิธีการจัดตกแต่ง
-งานตกแต่ง
-โครงการที่ใช้บริการ
-ไม้พื้นลามิเนต
-ราคาพร้อมติดตั้ง
-เลือกของตกแต่ง
-ติดต่อสอบถาม

หากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
ท่านใดมีบทความดีๆ
เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็น  มัณฑนากร ผู้รับเหมา
นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร
นักออกแบบตกแต่งภายใน
ต้องการประชาสัมพันธ์  กรุณาส่งบทความของท่าน

  email_icon
                                  
meartprobuilt@gmai.com
webmaster

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 Small Kitchen 
 

การจัดแสงไฟ

เติมไอเดียแห่งแสงไฟที่มีมากกว่าความสว่าง

 
DARE TO LIVE WITH A DIFFERENT ATTITUDE

   
   
   
   
   

   
หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ เติมไอเดียแห่งแสงไฟที่มีมากกว่าความสว่าง
สร้างมุมมองใหม่ๆให้บ้านสวย และต่างจากที่เคยเป็น

แสง…เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชีวิตเราเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแสงจากธรรมชาติ ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ หรือแสงจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งช่วยให้ชีวิตเราดำเนินไปอย่างปกติสุข ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปมากกว่ากัน หากแต่ที่เรากำลังจะพูดถึงครั้งนี้เราจะพูดถึงเรื่องของ แสงไฟประดิษฐ์ ซึ่งเราใช้แสงประดิษฐ์ในการดำเนินชีวิตช่วงที่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

สมัยก่อนเราต้องการแสงเพื่อให้ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว การเลือกใช้แสงหรือดวงโคมเพื่อการตกแต่งดูจะเป็นเรื่องไกลตัวจนเกินไป ทั้งๆที่การเลือกสไตล์และลักษณะของดวงโคมก็เป็นอีกหนึ่ง ในการแนะนำตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยเช่นกัน... เราจะเริ่มทำความรู้จักการแต่งบ้านด้วยแสงไปทีละห้องพร้อมๆกันเลยค่ะ

1. IN MY LIVING ROOM
ห้องนั่งเล่นมักเป็นห้องที่เชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่นๆภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนทานข้าว โถงใหญ่หรือแม้แต่ส่วนแพนทรี่ ดังนั้นคอนเซ็ปต์การตกแต่งในห้องนี้มักจะออกมาในโทนกลางๆ สะอาดและสบายตา เน้นไปที่ความใสสว่างจากบรรยากาศโดยรวม ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเรามักจะเน้นไปที่แสงจากธรรมชาติเป็นหลักใหญ่ๆ แต่ปัจจุบัน ยามที่แสงธรรมชาติหมดไปช่วงเย็น โคมไฟมีส่วนสำคัญอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโคมห้อยเพดาน, โคมตั้งพื้น หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เด็ด ๆ ที่ผสมผสานแนวคิดเรื่องแสงลงไปไว้ในตัวเฟอร์นิเจอร์เองได้อย่างแยบยล แสงที่ส่องผ่านงานดีไซน์เหล่านี้มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากกับงานตกแต่ง เพราะไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเย็นย่ำค่ำมืดเท่านั้นที่เราจะได้ประโยชน์จากมัน ยามกลางวัน โคมเหล่านี้ก็เป็นเหมือนของตกแต่ง หรือถ้าใครรู้สึกว่าแสงจากธรรมชาติแรงเกินไปอยากปิดม่านและเปิดดวงโคมแทน แสงจากดวงโคมเหล่านี้จะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องดู SOLF และนวลตาได้อย่างเยี่ยมยอดทีเดียว

2. LIGHT IN BEDROOM
ห้องนอนเป็นห้องที่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและความไม่สบายกายไม่สบายใจจะถูกโยนทิ้งไปพร้อม ๆ กับการย่างก้าวเข้ามาในห้องนี้ เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องสำหรับการพักผ่อน แสงที่จำเป็นในห้องนี้จึงไม่จัดแจ้งหรือรุนแรงมากนัก เน้นไปที่บรรยากาศของแสงสวยๆ จากโคมไฟติดผนัง และไฟจากโต๊ะข้างเตียง ที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นและสบายตา แสงไฟที่ควรหลีกเลี่ยงคือโคมห้อยหรือโคมติดเพดานที่มีแสงบาดตา (GLARE) นอกจากนี้ สวิตช์ ดิมเมอร์ (DIMMER) ที่ใช้ในการหรี่แสงให้มากหรือน้อยตามความต้องการก็เป็นอุปกรณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับห้องนอนเหมือนกัน

3. ส่วนของบันไดและโถงใหญ่
ในส่วนของห้องโถงและบันได ส่วนที่เรียกได้ว่า เป็นปราการด่านที่เด่นทีเดียวสำหรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพราะนอกจากขนาดของดวงโคมเองที่ค่อนข้างใหญ่ตามขนาดของสเปซแล้ว รูปลักษณ์ที่เราเลือกมาประดับจึงต้องเข้าตาทั้งสไตล์บ้านและความชอบส่วนตัวของเจ้าของอีกด้วย แสงที่แนะนำแบ่งเป็น 2 ประเภทค่ะ

  • โคมให้แสงสว่างที่เป็น GENERAL LIGTHING
  • โคมที่เน้นการตกแต่งเพื่อความงามเป็นหลัก
    NOTE : ข้อควรคำนึงถึงอีกอย่างคือ ในเรื่องของการเปลี่ยนหลอดไฟยามที่หลอดขาดนั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ ไม่ใช่แค่ว่าหลอดขาด ดวงโคมนั้นก็กลายเป็นปะติมากรรมลอยฟ้าแต่เพียงเท่านั้น เราอาจเลือกใช้โคมที่มีลักษณะไล่ความสูงลงมาให้เราสามารถใช้บันไดปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดได้ค่ะ

    4. DINING ROOM
    บรรยากาศในห้องทานอาหารนั้น บนโต๊ะอาหารที่นอกจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูๆแล้ว แสงเป็นองค์ประกอบใหญ่ทีเดียวที่ช่วยให้มื้ออาหารแต่ละมื้อมีความสมบูรณ์ช่วยให้สีสันและรสชาติอาหารดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

    5. CONTEMPORARY
    โคมไฟร่วมสมัยที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ไม้ กกสาน หรือหวาย เป็นองค์ประกอบหลักของดวงโคม ดวงโคมชนิดนี้เหมาะสำหรับบ้านเรียกได้ว่าแทบทุกสไตล์ และจากดีไซน์ที่ค่อนข้างเฉียบและรูปฟอร์มที่ไม่หวือหวาเน้นไปที่เส้นสายและเนื้อแท้ของตัววัสดุเอง ทำให้ดวงโคมชนิดนี้แลดูอบอุ่น สบายตา ทั้งจากในยามที่ปิดไฟหรือแม้แต่ในยามที่เปิดให้แสงส่องผ่านดวงโคมก็ตาม ข้อแนะนำของการเลือกใช้ดวงโคมชนิดนี้คือเราไม่ควรเลือกรูปฟอร์มที่ต่างกันจนเกินไปมาใช้ร่วมในสเปซเดียวกัน เพราะดวงโคมประเภทนี้มักมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นในตัวของมันเองแล้ว ดังนั้นหากเราเลือกใช้ให้มากดีไซน์จนเกืนไปอาจทำให้ห้องแลดูเป็นโรงลิเกไปได้
    แสงใช่ว่าจะให้ประโยชน์แค่ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว หากแสงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มให้ทุกมุมของบ้านสว่างสไวไปด้วยความงามที่คุณเองอาจคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว เพียงแค่คุณรู้จักเลือกและรู้จักนำมาใช้ แสงจะเป็นอีกหนึ่งความงามที่โดดเด่นไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดในบ้านเลย

    6. INDIRECT LIGHTING
    ดวงไฟประเภทนี้เป็นไฟที่เน้นการสร้างบรรยากาศ เพราะเราจะไม่เห็นดวงไฟโดยตรง ส่วนมากจะส่องไปที่เพดานหรือผนังแล้วให้แสงกระทบกลับออกมา ไฟประเภทนี้ช่วยพรางตาทำให้ห้องดูแล้วสูงขึ้น โปร่งขึ้นช่วยให้เพดานเตี้ยๆดูเด่นขึ้นอีกด้วย แต่ใช่ว่าเราไม่เห็นดวงไฟโดยตรงแล้วเราจะไม่ให้ความสำคัญกับมัน เพราะยามที่เราปิดไฟ ดวงไฟประเภทนี้ล่ะที่เป็นส่วนหนึ่งในงานปะติมากรรมบนผนังบ้านของเราโดยตรงกันเลย

    7. ห้องของเจ้าตัวเล็ก
    ห้องเด็ก ห้องที่ใครหลายคนละเลย ดวงไฟก็ใช้สำหรับให้แสงสว่างแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเขาอาจจะเพิ่งเคยนอนคนเดียวเป็นครั้งแรก หรือเค้าอาจจะเป็นเด็กช่างจินตนาการ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่เข้าใจ ไฟดาวไลท์ ไฟนีออน หรือไฟจากโคมบนโต๊ะเขียนหนังสือแบบธรรมดาๆ ที่เรามีให้เค้าตามมาตราฐานแล้ว ดวงไฟแบบสร้างสรรค์อาจจะเป็นโคมห้อยเพดาน หรือไฟติดผนัง ที่รูปร่างหน้าตาน่าสนใจเลียนแบบจากสิงสาราสัตว์ หรือสีสันที่สดใสสร้างจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกล หรือใช้เป็นของตกแต่งประดับห้องแทนโมบายที่เห็นจนชินตา ก็น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ

    8. ดาวไลท์และดวงไฟบนเพดาน
    ดวงไฟบนเพดานเป็นไฟอีกประเภทหนึ่งที่นอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว ดวงไฟประเภทนี้นอกจากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามแถมยังเป็นตัวสร้างบรรยากาศได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับบ้านยุคใหม่ที่มักออกแบบให้เพดานสูงโปร่ง ซึ่งไฟประเภทนี้ช่วยกลบความสูงและทำให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นได้เป็นอย่างดี
    ส่วนดาวไลท์…ดวงโคมที่มักใช้ควบคู่กับหลอดไฟที่ให้แสงในโทนอุ่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับบ้านอยู่อาศัย และในปัจจุบันดาวไลท์เองก็มีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งรูปแบบที่เป็นสี่เหลี่ยม รูปแบบวงกลม หรือที่มาเป็นแผง แผงละ 2-4 ดวงกันไปเลยทีเดียว และที่สำคัญดาวไลท์สามารถเลือกใช้หลอดได้หลายแบบตามแต่ที่เราต้องการด้วย เช่น

  • ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาว เหมาะกับห้องที่ต้องการให้แสงที่ฟุ้งและเนียนทั่วกันทั้งห้อง ไม่สามารถโฟกัสเป็นจุดจุดเดียวได้
  • ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาวชนิดฝ้า คล้าย ๆ กับแบบแรกค่ะ แต่หลอดแบบนี้เพิ่มการเคลือบสารสีขาวลดความจ้าเวลามอง
  • คอมแพ็คท์ฟลูออเรสเซนท์ชนิดหลอดตะเกียบขั้วเกลียว หลอดชนิดนี้ให้แสงได้หลายสไตล์ ทั้ง warm white , cool white , day light ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ทั้งบ้าน แต่จะเหมาะสำหรับดาวไลท์ทรงกลมหรือเหลี่ยมที่เป็นขั้วเกลียวเท่านั้น

    9. OUTDOOR
    แสงจากดวงโคมหน้าบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนละเลยหรือบางทีก็นึกไม่ถึง ว่าแสงที่ใครหลายคนว่าเปลืองไฟนั้นสำคัญขนาดไหน ซึ่งถ้าบริเวณนอกบ้านไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ปัญหาที่อาจจะตามมาคือ BLACK MIRROR EFFECT คือ คนในบ้านไม่สามารถมองผ่านกระจกออกไปเห็นบริเวณนอกบ้านได้เพราะแสงในบ้านจะสะท้อนเป็นเงาดำที่กระจก

    ดังนั้นการใช้ไฟนอกบ้าน นอกจากความสวยงามของดวงโคมแล้ว แสงสว่างที่เพียงพอก็จะทำให้คนที่อยู่ในบ้านเกิดความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

  • หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ เติมไอเดียแห่งแสงไฟที่มีมากกว่าความสว่าง
    สร้างมุมมองใหม่ๆให้บ้านสวย และต่างจากที่เคยเป็น

    แสง…เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชีวิตเราเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแสงจากธรรมชาติ ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ หรือแสงจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งช่วยให้ชีวิตเราดำเนินไปอย่างปกติสุข ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปมากกว่ากัน หากแต่ที่เรากำลังจะพูดถึงครั้งนี้เราจะพูดถึงเรื่องของ แสงไฟประดิษฐ์ ซึ่งเราใช้แสงประดิษฐ์ในการดำเนินชีวิตช่วงที่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

    สมัยก่อนเราต้องการแสงเพื่อให้ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว การเลือกใช้แสงหรือดวงโคมเพื่อการตกแต่งดูจะเป็นเรื่องไกลตัวจนเกินไป ทั้งๆที่การเลือกสไตล์และลักษณะของดวงโคมก็เป็นอีกหนึ่ง ในการแนะนำตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยเช่นกัน... เราจะเริ่มทำความรู้จักการแต่งบ้านด้วยแสงไปทีละห้องพร้อมๆกันเลยค่ะ

    1. IN MY LIVING ROOM
    ห้องนั่งเล่นมักเป็นห้องที่เชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่นๆภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนทานข้าว โถงใหญ่หรือแม้แต่ส่วนแพนทรี่ ดังนั้นคอนเซ็ปต์การตกแต่งในห้องนี้มักจะออกมาในโทนกลางๆ สะอาดและสบายตา เน้นไปที่ความใสสว่างจากบรรยากาศโดยรวม ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเรามักจะเน้นไปที่แสงจากธรรมชาติเป็นหลักใหญ่ๆ แต่ปัจจุบัน ยามที่แสงธรรมชาติหมดไปช่วงเย็น โคมไฟมีส่วนสำคัญอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโคมห้อยเพดาน, โคมตั้งพื้น หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เด็ด ๆ ที่ผสมผสานแนวคิดเรื่องแสงลงไปไว้ในตัวเฟอร์นิเจอร์เองได้อย่างแยบยล แสงที่ส่องผ่านงานดีไซน์เหล่านี้มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากกับงานตกแต่ง เพราะไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเย็นย่ำค่ำมืดเท่านั้นที่เราจะได้ประโยชน์จากมัน ยามกลางวัน โคมเหล่านี้ก็เป็นเหมือนของตกแต่ง หรือถ้าใครรู้สึกว่าแสงจากธรรมชาติแรงเกินไปอยากปิดม่านและเปิดดวงโคมแทน แสงจากดวงโคมเหล่านี้จะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องดู SOLF และนวลตาได้อย่างเยี่ยมยอดทีเดียว

    2. LIGHT IN BEDROOM
    ห้องนอนเป็นห้องที่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและความไม่สบายกายไม่สบายใจจะถูกโยนทิ้งไปพร้อม ๆ กับการย่างก้าวเข้ามาในห้องนี้ เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องสำหรับการพักผ่อน แสงที่จำเป็นในห้องนี้จึงไม่จัดแจ้งหรือรุนแรงมากนัก เน้นไปที่บรรยากาศของแสงสวยๆ จากโคมไฟติดผนัง และไฟจากโต๊ะข้างเตียง ที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นและสบายตา แสงไฟที่ควรหลีกเลี่ยงคือโคมห้อยหรือโคมติดเพดานที่มีแสงบาดตา (GLARE) นอกจากนี้ สวิตช์ ดิมเมอร์ (DIMMER) ที่ใช้ในการหรี่แสงให้มากหรือน้อยตามความต้องการก็เป็นอุปกรณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับห้องนอนเหมือนกัน

    3. ส่วนของบันไดและโถงใหญ่
    ในส่วนของห้องโถงและบันได ส่วนที่เรียกได้ว่า เป็นปราการด่านที่เด่นทีเดียวสำหรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพราะนอกจากขนาดของดวงโคมเองที่ค่อนข้างใหญ่ตามขนาดของสเปซแล้ว รูปลักษณ์ที่เราเลือกมาประดับจึงต้องเข้าตาทั้งสไตล์บ้านและความชอบส่วนตัวของเจ้าของอีกด้วย แสงที่แนะนำแบ่งเป็น 2 ประเภทค่ะ

  • โคมให้แสงสว่างที่เป็น GENERAL LIGTHING
  • โคมที่เน้นการตกแต่งเพื่อความงามเป็นหลัก
    NOTE : ข้อควรคำนึงถึงอีกอย่างคือ ในเรื่องของการเปลี่ยนหลอดไฟยามที่หลอดขาดนั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ ไม่ใช่แค่ว่าหลอดขาด ดวงโคมนั้นก็กลายเป็นปะติมากรรมลอยฟ้าแต่เพียงเท่านั้น เราอาจเลือกใช้โคมที่มีลักษณะไล่ความสูงลงมาให้เราสามารถใช้บันไดปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดได้ค่ะ

    4. DINING ROOM
    บรรยากาศในห้องทานอาหารนั้น บนโต๊ะอาหารที่นอกจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูๆแล้ว แสงเป็นองค์ประกอบใหญ่ทีเดียวที่ช่วยให้มื้ออาหารแต่ละมื้อมีความสมบูรณ์ช่วยให้สีสันและรสชาติอาหารดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

    5. CONTEMPORARY
    โคมไฟร่วมสมัยที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ไม้ กกสาน หรือหวาย เป็นองค์ประกอบหลักของดวงโคม ดวงโคมชนิดนี้เหมาะสำหรับบ้านเรียกได้ว่าแทบทุกสไตล์ และจากดีไซน์ที่ค่อนข้างเฉียบและรูปฟอร์มที่ไม่หวือหวาเน้นไปที่เส้นสายและเนื้อแท้ของตัววัสดุเอง ทำให้ดวงโคมชนิดนี้แลดูอบอุ่น สบายตา ทั้งจากในยามที่ปิดไฟหรือแม้แต่ในยามที่เปิดให้แสงส่องผ่านดวงโคมก็ตาม ข้อแนะนำของการเลือกใช้ดวงโคมชนิดนี้คือเราไม่ควรเลือกรูปฟอร์มที่ต่างกันจนเกินไปมาใช้ร่วมในสเปซเดียวกัน เพราะดวงโคมประเภทนี้มักมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นในตัวของมันเองแล้ว ดังนั้นหากเราเลือกใช้ให้มากดีไซน์จนเกืนไปอาจทำให้ห้องแลดูเป็นโรงลิเกไปได้
    แสงใช่ว่าจะให้ประโยชน์แค่ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว หากแสงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มให้ทุกมุมของบ้านสว่างสไวไปด้วยความงามที่คุณเองอาจคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว เพียงแค่คุณรู้จักเลือกและรู้จักนำมาใช้ แสงจะเป็นอีกหนึ่งความงามที่โดดเด่นไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดในบ้านเลย

    6. INDIRECT LIGHTING
    ดวงไฟประเภทนี้เป็นไฟที่เน้นการสร้างบรรยากาศ เพราะเราจะไม่เห็นดวงไฟโดยตรง ส่วนมากจะส่องไปที่เพดานหรือผนังแล้วให้แสงกระทบกลับออกมา ไฟประเภทนี้ช่วยพรางตาทำให้ห้องดูแล้วสูงขึ้น โปร่งขึ้นช่วยให้เพดานเตี้ยๆดูเด่นขึ้นอีกด้วย แต่ใช่ว่าเราไม่เห็นดวงไฟโดยตรงแล้วเราจะไม่ให้ความสำคัญกับมัน เพราะยามที่เราปิดไฟ ดวงไฟประเภทนี้ล่ะที่เป็นส่วนหนึ่งในงานปะติมากรรมบนผนังบ้านของเราโดยตรงกันเลย

    7. ห้องของเจ้าตัวเล็ก
    ห้องเด็ก ห้องที่ใครหลายคนละเลย ดวงไฟก็ใช้สำหรับให้แสงสว่างแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเขาอาจจะเพิ่งเคยนอนคนเดียวเป็นครั้งแรก หรือเค้าอาจจะเป็นเด็กช่างจินตนาการ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่เข้าใจ ไฟดาวไลท์ ไฟนีออน หรือไฟจากโคมบนโต๊ะเขียนหนังสือแบบธรรมดาๆ ที่เรามีให้เค้าตามมาตราฐานแล้ว ดวงไฟแบบสร้างสรรค์อาจจะเป็นโคมห้อยเพดาน หรือไฟติดผนัง ที่รูปร่างหน้าตาน่าสนใจเลียนแบบจากสิงสาราสัตว์ หรือสีสันที่สดใสสร้างจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกล หรือใช้เป็นของตกแต่งประดับห้องแทนโมบายที่เห็นจนชินตา ก็น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ

    8. ดาวไลท์และดวงไฟบนเพดาน
    ดวงไฟบนเพดานเป็นไฟอีกประเภทหนึ่งที่นอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว ดวงไฟประเภทนี้นอกจากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามแถมยังเป็นตัวสร้างบรรยากาศได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับบ้านยุคใหม่ที่มักออกแบบให้เพดานสูงโปร่ง ซึ่งไฟประเภทนี้ช่วยกลบความสูงและทำให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นได้เป็นอย่างดี
    ส่วนดาวไลท์…ดวงโคมที่มักใช้ควบคู่กับหลอดไฟที่ให้แสงในโทนอุ่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับบ้านอยู่อาศัย และในปัจจุบันดาวไลท์เองก็มีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งรูปแบบที่เป็นสี่เหลี่ยม รูปแบบวงกลม หรือที่มาเป็นแผง แผงละ 2-4 ดวงกันไปเลยทีเดียว และที่สำคัญดาวไลท์สามารถเลือกใช้หลอดได้หลายแบบตามแต่ที่เราต้องการด้วย เช่น

  • ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาว เหมาะกับห้องที่ต้องการให้แสงที่ฟุ้งและเนียนทั่วกันทั้งห้อง ไม่สามารถโฟกัสเป็นจุดจุดเดียวได้
  • ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาวชนิดฝ้า คล้าย ๆ กับแบบแรกค่ะ แต่หลอดแบบนี้เพิ่มการเคลือบสารสีขาวลดความจ้าเวลามอง
  • คอมแพ็คท์ฟลูออเรสเซนท์ชนิดหลอดตะเกียบขั้วเกลียว หลอดชนิดนี้ให้แสงได้หลายสไตล์ ทั้ง warm white , cool white , day light ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ทั้งบ้าน แต่จะเหมาะสำหรับดาวไลท์ทรงกลมหรือเหลี่ยมที่เป็นขั้วเกลียวเท่านั้น

    9. OUTDOOR
    แสงจากดวงโคมหน้าบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนละเลยหรือบางทีก็นึกไม่ถึง ว่าแสงที่ใครหลายคนว่าเปลืองไฟนั้นสำคัญขนาดไหน ซึ่งถ้าบริเวณนอกบ้านไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ปัญหาที่อาจจะตามมาคือ BLACK MIRROR EFFECT คือ คนในบ้านไม่สามารถมองผ่านกระจกออกไปเห็นบริเวณนอกบ้านได้เพราะแสงในบ้านจะสะท้อนเป็นเงาดำที่กระจก

    ดังนั้นการใช้ไฟนอกบ้าน นอกจากความสวยงามของดวงโคมแล้ว แสงสว่างที่เพียงพอก็จะทำให้คนที่อยู่ในบ้านเกิดความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

  •  
     
     
    ช่างเฟอร์นิเจอร์เบื้องต้น | การทำสี | การติดลามิเนต| วัสดุงานก่อสร้าง | การออกแบบ|
     

    วสันต์อินทีเรียร์คอนสทรัคเตอร์
     
     49/15 หมู่ 10 ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ซ.วัดพระเงิน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11150
     
    โทร: 084-0421318   Tel / Fax:
     
    02-9250562

     Wasan Interior Constructor
    49/15 M.10 Soi Watprageon A.Bangmoung ,Nonthaburee Thailand 11150
    Mobile: 084-0421318,099-0952095

    Email: meartinfo@yahoo.com  
    Website:
    www.meartprobuilt.com

    home